
ในช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา VAR หรือ Video Assistant Referee กลายเป็นส่วนหนึ่งของพรีเมียร์ลีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากเดิมที่ถูกนำเข้ามาเพื่อช่วยลดความผิดพลาดของผู้ตัดสิน วันนี้ VAR กลับกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่แฟนบอลถกเถียงกันหนักที่สุดแทบทุกสัปดาห์ และฤดูกาล 2025/26 อาจเป็นช่วงเวลาที่กระแสต่อต้านระบบนี้รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี
โดยเฉพาะหลังเกม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด vs อาร์เซนอล เมื่อคืนวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่เวสต์แฮมเกือบตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อน VAR จะริบประตูคืนจากจังหวะปะทะกับ ดาบิด รายา จนเกิดการถกเถียงไปทั่วอังกฤษว่า “นี่คือการตัดสินที่ถูกต้อง หรือ VAR กำลังทำลายอารมณ์ของฟุตบอลกันแน่?”
และความจริงคือ ดราม่าแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เกมเดียว
จุดเริ่มต้นของ “สงคราม VAR” ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
แม้ VAR จะถูกใช้งานในพรีเมียร์ลีกมาหลายปีแล้ว แต่ฤดูกาล 2025/26 ถือเป็นปีที่เกิดดราม่าถี่กว่าปกติอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเกมที่เกี่ยวข้องกับการลุ้นแชมป์ พื้นที่ยุโรป และหนีตกชั้น
หลายสโมสรเริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินมากขึ้น ขณะที่แฟนบอลเองก็เริ่มตั้งคำถามถึง “มาตรฐาน” ของการใช้ VAR เพราะจังหวะที่ดูคล้ายกันกลับถูกตีความแตกต่างกันในแต่ละเกม
หนึ่งในกรณีที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือเกมระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ สเปอร์ส ช่วงต้นฤดูกาล ซึ่ง VAR เคยตัดสินผิดจนสมาคมผู้ตัดสินอังกฤษ (PGMOL) ต้องออกมายอมรับความผิดพลาดอย่างเป็นทางการ (bbc.com)
หลังจากนั้น พรีเมียร์ลีกก็เต็มไปด้วยเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเรื่อยมา จนแฟนบอลจำนวนมากเริ่มรู้สึกว่า “VAR กำลังมีบทบาทมากกว่าฟุตบอลเอง”
เกมเวสต์แฮม vs อาร์เซนอล จุดเดือดล่าสุดของพรีเมียร์ลีก
เกมที่ลอนดอน สเตเดียม ระหว่าง เวสต์แฮม และ อาร์เซนอล คือจุดที่ทำให้กระแส VAR ปะทุขึ้นอีกครั้งแบบเต็มตัว
อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 จากประตูของ เลอันโดร ทรอสซาร์ด และกำลังจะเก็บ 3 แต้มสำคัญในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เวสต์แฮมส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงเฮลั่นทั้งสนาม เพราะทุกคนคิดว่าเจ้าถิ่นตีเสมอได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม VAR เรียกผู้ตัดสิน Chris Kavanagh ไปดูจอข้างสนาม ก่อนจะมีการตัดสินว่ามีจังหวะฟาวล์ใส่ ดาบิด รายา ระหว่างการเข้าทำ และสุดท้ายประตูถูกริบคืน
หลังจบเกม Gary Neville อดีตกองหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงกับเรียกจังหวะนี้ว่าเป็น “หนึ่งในโมเมนต์ VAR ที่ใหญ่ที่สุดของพรีเมียร์ลีกยุคใหม่” เพราะมันอาจส่งผลต่อเส้นทางลุ้นแชมป์โดยตรง (skysports.com)
ปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ใช่ VAR แต่คือ “มาตรฐานการตัดสิน”
แม้หลายคนจะโจมตี VAR โดยตรง แต่สิ่งที่แฟนบอลพรีเมียร์ลีกจำนวนมากไม่พอใจจริง ๆ อาจไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี แต่คือ “ความไม่สม่ำเสมอ” ของการตีความในแต่ละเกม
จังหวะปะทะแบบเดียวกัน บางเกมถูกปล่อยผ่าน แต่บางเกมกลับถูกเป่าเป็นฟาวล์ทันที ทำให้แฟนบอลเริ่มรู้สึกว่ามาตรฐานของ VAR ไม่ชัดเจนพอ
หลังเกม เวสต์แฮม vs อาร์เซนอล Howard Webb หัวหน้าฝ่ายผู้ตัดสินของ PGMOL ออกมาปกป้องการตัดสิน โดยยืนยันว่าการริบประตูเป็นการตัดสินที่ถูกต้องตามกติกา เพราะผู้รักษาประตูถูกขัดขวางอย่างชัดเจน (reuters.com)
อย่างไรก็ตาม ฝั่งแฟนบอลและนักวิเคราะห์จำนวนมากยังคงมองว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ถูกหรือผิด” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าทำไมจังหวะคล้ายกันในเกมอื่นถึงไม่ถูกตัดสินแบบเดียวกัน
พรีเมียร์ลีกเริ่มเสีย “อารมณ์ร่วม” ของฟุตบอลหรือไม่?
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ VAR กำลังเปลี่ยน “อารมณ์ของฟุตบอล” ไปหรือเปล่า
ในอดีต เมื่อบอลเข้าประตู แฟนบอลสามารถเฮได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไร แต่ฟุตบอลยุคปัจจุบันกลับเต็มไปด้วยภาพนักเตะยืนรอ ผู้ตัดสินเอามือแตะหู และแฟนบอลต้องลุ้นว่าประตูจะถูกยกเลิกหรือไม่
จังหวะของเวสต์แฮมเมื่อคืนคือภาพสะท้อนที่ชัดมาก เพราะทั้งสนามดีใจไปแล้ว ก่อนทุกอย่างจะเงียบลงทันทีหลัง VAR เข้ามาแทรก
อดีตกองกลางเวสต์แฮมอย่าง Tomas Soucek ถึงกับให้สัมภาษณ์ว่าฟุตบอลกำลัง “สูญเสียความเป็นธรรมชาติ” ไปทีละน้อย เพราะทุกจังหวะถูกหยุดเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง (tntsports.co.uk)
แล้ว VAR ยังจำเป็นอยู่ไหม?
แม้เสียงวิจารณ์จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในอีกมุมหนึ่ง หลายฝ่ายยังมองว่า VAR เป็นสิ่งจำเป็น เพราะช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ควรยกเลิก VAR หรือไม่” แต่คือพรีเมียร์ลีกควรทำอย่างไรให้ระบบนี้ “โปร่งใสและสม่ำเสมอ” มากขึ้น
ปัจจุบัน พรีเมียร์ลีกเริ่มมีการพูดถึงแนวทางใหม่ เช่น:
- เปิดเสียงสนทนา VAR หลังเกม
- ใช้ระบบล้ำหน้าอัตโนมัติแบบ Semi-Automated
- เพิ่มความชัดเจนในการอธิบายคำตัดสิน
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าทางลีกเองก็เริ่มตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเช่นกัน
บทสรุป: พรีเมียร์ลีกกำลังเข้าสู่ยุคที่ VAR มีอิทธิพลมากกว่าที่เคย
ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝั่งสนับสนุนหรือคัดค้าน VAR สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย “จังหวะตัดสินจาก VAR” มากกว่าหลายปีที่ผ่านมา
เกม เวสต์แฮม vs อาร์เซนอล อาจเป็นเพียงหนึ่งในหลายเหตุการณ์ของฤดูกาลนี้ แต่ก็สะท้อนชัดว่าฟุตบอลยุคใหม่กำลังเดินอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่าง “ความถูกต้อง” กับ “อารมณ์ร่วมของเกม”
และหากพรีเมียร์ลีกยังไม่สามารถสร้างมาตรฐานการตัดสินที่ชัดเจนได้ ดราม่าแบบนี้ก็คงจะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ ในทุกสัปดาห์ของการแข่งขัน
สำหรับแฟนบอลที่ติดตามพรีเมียร์ลีกแบบเข้มข้น ทั้งดูบอลสด วิเคราะห์ก่อนเกม และอัปเดตราคาบอลแบบเรียลไทม์ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน AMBBET บนแพลตฟอร์ม AMBMAX ที่รวมทั้งข่าวฟุตบอล Live Betting และคอนเทนต์พรีเมียร์ลีกไว้ครบในที่เดียว เหมาะกับช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลที่ทุกแต้มและทุกคำตัดสินมีผลต่อเส้นทางแชมป์ทันที



![ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล vs บอร์นมัธ [16 สิงหาคม 2568]](https://ambmax.pro/wp-content/uploads/2025/08/ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก-ลิเวอร์พูล-vs-บอร์นมัธ.png)
![ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก วูล์ฟแฮมป์ตัน vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ [16 สิงหาคม 2568]](https://ambmax.pro/wp-content/uploads/2025/08/วูล์ฟแฮมป์ตัน-vs-แมนเชสเตอร์-ซิตี้.png)
![ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ซันเดอร์แลนด์ vs เวสต์แฮม [16 สิงหาคม 2568]](https://ambmax.pro/wp-content/uploads/2025/08/ซันเดอร์แลนด์-vs-เวสต์แฮม.png)