ประกาศ
ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกท่านสู่ที่สุดแห่งเว็บคาสิโนออนไลน์ครบวงจร AMBMAX.VIP พิเศษ! สมาชิกใหม่วันนี้รับโบนัส 350% | โปรฝาก 200 รับ 400 | โปรฝาก 100 รับ 200 | โปรฝาก 300 รับ 600 | แจกเครดิตฟรีทุกวัน ทุกยูส รับได้ไม่จำกัด พร้อมแอดมินดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

5 นักเตะพรีเมียร์ลีกที่ “แบกทีม” มากที่สุดในฤดูกาล 2025/26

5 นักเตะพรีเมียร์ลีกที่ “แบกทีม” มากที่สุดในฤดูกาล 2025/26

พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 คือหนึ่งในซีซันที่การแข่งขันเข้มข้นที่สุดในรอบหลายปี ไม่ว่าจะเป็นการลุ้นแชมป์ พื้นที่ยุโรป หรือหนีตกชั้น หลายทีมมีช่วงเวลาที่ฟอร์มแกว่ง มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ หรือแท็กติกเริ่มถูกจับทางได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดมากในฤดูกาลนี้ คือหลายทีมยังคงอยู่ในเส้นทางเป้าหมายได้ เพราะมี “นักเตะบางคน” ที่กลายเป็นศูนย์กลางของทุกอย่างในทีม

คำว่า “แบกทีม” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ยิงเยอะที่สุด แต่หมายถึงนักเตะที่มีผลต่อรูปเกมมากที่สุด คนที่เวลาทีมตัน บอลจะต้องไปหาเขา และเป็นคนที่สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ด้วยตัวเองในช่วงเวลาสำคัญ

และนี่คือ 5 นักเตะพรีเมียร์ลีกที่หลายฝ่ายยกให้เป็น “คนที่ทีมขาดไม่ได้ที่สุด” ของฤดูกาล 2025/26 ณ เวลานี้

รายชื่อ 5 นักเตะพรีเมียร์ลีกที่ “แบกทีม” มากที่สุดในฤดูกาล 2025/26

1. Bukayo Saka (อาร์เซนอล)

หากพูดถึงนักเตะที่อาร์เซนอลพึ่งพามากที่สุดในฤดูกาลนี้ ชื่อของ บูกาโย ซาก้า แทบจะมาเป็นอันดับแรกทันที

แม้อาร์เซนอลจะเป็นทีมที่เล่นเป็นระบบภายใต้ มิเกล อาร์เตต้า แต่หลายเกมในฤดูกาลนี้พิสูจน์ชัดว่า เวลาทีมต้องการใครสักคนเพื่อเปลี่ยนโมเมนตัมของเกม คนที่เพื่อนร่วมทีมมองหามากที่สุดก็คือซาก้า

จุดเด่นของเขาไม่ได้มีแค่เรื่องการยิงประตูหรือแอสซิสต์ แต่คือการสร้างความแตกต่างในจังหวะ 1 ต่อ 1 การดึงตัวประกบ และการสร้างพื้นที่ให้คนอื่นเล่นง่ายขึ้น

หลายเกมที่อาร์เซนอลเล่นอึดอัด ซาก้าคือคนที่สามารถเปลี่ยนเกมได้จากจังหวะเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงกินตัว การครอส หรือการเรียกฟาวล์ในพื้นที่อันตราย

ที่สำคัญคือ เขายังเป็นนักเตะที่รับแรงกดดันได้ดีมากในเกมใหญ่ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้อาร์เซนอลยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์จนถึงช่วงท้ายฤดูกาล

2. Erling Haaland (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แม้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเป็นทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลก แต่สุดท้ายแล้ว เวลาทีมต้องการ “ประตู” คนที่ทุกสายตามองหาก็ยังคงเป็น เออร์ลิง ฮาลันด์

สิ่งที่ทำให้ฮาลันด์แตกต่างจากกองหน้าทั่วไป คือเขาไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมกับเกมตลอด 90 นาที แต่สามารถเปลี่ยนเกมได้จากจังหวะเดียว

ฤดูกาลนี้มีหลายเกมที่แมนฯ ซิตี้ครองบอลเหนือกว่าแต่เจาะไม่เข้า ก่อนที่ฮาลันด์จะใช้โอกาสแรกที่มีเปลี่ยนเป็นประตูทันที

นอกจากนี้ การมีฮาลันด์อยู่ในสนามยังเปลี่ยนวิธีการตั้งรับของคู่แข่ง เพราะเซ็นเตอร์แบ็กแทบทุกทีมต้องถอยลึกและระวังพื้นที่ด้านหลังมากขึ้น ซึ่งช่วยเปิดพื้นที่ให้เกมรุกของซิตี้เล่นง่ายขึ้นไปอีก

แม้หลายคนจะพูดถึงระบบของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า หากไม่มีฮาลันด์ในช่วงที่ทีมต้องการประตูสำคัญ การลุ้นแชมป์ของซิตี้อาจยากกว่านี้มาก

3. Cole Palmer (เชลซี)

หากมีนักเตะคนไหนที่ถูกใช้คำว่า “แบกทีม” มากที่สุดในโซเชียลฤดูกาลนี้ คนนั้นอาจเป็น โคล พาลเมอร์

ในฤดูกาลที่เชลซียังมีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอ พาลเมอร์กลับกลายเป็นจุดสว่างที่ชัดที่สุดของทีม ทั้งการยิงประตู แอสซิสต์ การสร้างโอกาส และความนิ่งในจังหวะสำคัญ

หลายเกมที่เชลซีเล่นไม่ดี แต่พาลเมอร์ยังสามารถสร้างบางอย่างขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นลูกยิงไกล การแทงบอลทะลุช่อง หรือการพาบอลขึ้นหน้าในจังหวะกดดัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ พาลเมอร์ไม่ได้เป็นแค่ดาวรุ่งที่ฟอร์มดี แต่เริ่มกลายเป็น “ศูนย์กลางเกมรุก” ของเชลซีแบบเต็มตัวแล้วในฤดูกาลนี้

และหากไม่มีเขาอยู่ในทีม เชลซีอาจหลุดจากการลุ้นพื้นที่ยุโรปเร็วกว่านี้ไปมาก

4. Bruno Fernandes (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีทั้งช่วงเวลาที่ดีและแย่สลับกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่แทบไม่เปลี่ยนเลย คือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยังคงเป็นหัวใจของทีม

แทบทุกจังหวะสำคัญของยูไนเต็ดจะต้องผ่านเท้าของบรูโน่ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นเกม การแทงบอลจังหวะสุดท้าย ลูกตั้งเตะ หรือแม้แต่การยิงไกล

ในหลายเกมที่ยูไนเต็ดเล่นติดขัด บรูโน่คือคนที่พยายามเร่งจังหวะและผลักดันทีมตลอดเวลา แม้บางครั้งจะโดนวิจารณ์เรื่องอารมณ์ร่วมในสนาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือคนที่ทีมพึ่งพามากที่สุดในแง่ของความสร้างสรรค์

โดยเฉพาะช่วงที่ผู้เล่นแนวรุกคนอื่นฟอร์มตกหรือบาดเจ็บ บรูโน่แทบต้องรับหน้าที่ทุกอย่างในเกมรุกด้วยตัวเอง

5. Alexander Isak (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด)

ในบรรดานักเตะทั้งหมดในลิสต์นี้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค อาจเป็นคนที่หลายคนพูดถึงน้อยที่สุด แต่ถ้ามองในแง่ “ความสำคัญต่อทีม” เขาคือหัวใจของนิวคาสเซิลอย่างแท้จริง

ฤดูกาลนี้นิวคาสเซิลมีปัญหานักเตะบาดเจ็บหลายตำแหน่ง แต่ทีมยังคงอยู่ในกลุ่มลุ้นพื้นที่ยุโรปได้ เพราะอิซัคยังรักษามาตรฐานการจบสกอร์เอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ทำให้อิซัคอันตรายคือเขาไม่ใช่กองหน้าที่รอจบสกอร์อย่างเดียว แต่สามารถลากบอล พาบอลขึ้นเกม และเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้ดีมาก

หลายเกมที่นิวคาสเซิลดูตัน ๆ อิซัคคือคนที่สามารถสร้างประตูจากโอกาสเล็กน้อยได้เอง และนั่นคือคุณสมบัติของนักเตะที่ “แบกทีม” ได้จริงในพรีเมียร์ลีก

แล้วใครคือ “นักเตะที่แบกทีมที่สุด” ของพรีเมียร์ลีกปีนี้?

คำตอบอาจแตกต่างกันไปตามมุมมองของแฟนบอลแต่ละทีม บางคนอาจมองว่า ฮาลันด์ คือคนที่เปลี่ยนผลการแข่งขันได้มากที่สุด ขณะที่บางคนอาจให้ พาลเมอร์ หรือ ซาก้า เพราะผลกระทบต่อทีมชัดเจนกว่า

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นตรงกันคือ พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 คือปีที่หลายทีมยังคงอยู่ในเป้าหมายสำคัญได้ เพราะมีนักเตะบางคนที่สามารถ “เปลี่ยนเกม” ได้ด้วยตัวเองจริง ๆ

และในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล นักเตะแบบนี้อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ตัดสินทั้งแชมป์ พื้นที่ยุโรป และแม้แต่การตกชั้น

สำหรับแฟนบอลที่ติดตามพรีเมียร์ลีกแบบเข้มข้น ทั้งดูบอลสด วิเคราะห์ก่อนเกม และติดตามฟอร์มนักเตะแบบเรียลไทม์ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน AMBBET บนแพลตฟอร์ม AMBMAX ที่รวมทั้งข่าวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก และ Live Betting ไว้ครบในที่เดียว