
ศึก ลาลีกา สเปน 2026/27 คืนวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 มีเกมใหญ่ที่น่าสนใจเมื่อ เรอัล มาดริด (Real Madrid) เตรียมเปิดสนามซานติอาโก เบร์นาเบว รับการมาเยือนของ เรอัล โซเซียดาด (Real Sociedad) ในเกมตกค้างจาก Matchday 1 โดยจะเริ่มแข่งขันเวลา 21.00 น. ตามเวลาสเปน หรือ 02.00 น. เช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม ตามเวลาประเทศไทย เกมนี้ไม่ได้มีความหมายแค่การลุ้นสามคะแนน เพราะยังเป็นการกลับมาคุมเกมที่เบร์นาเบวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ โชเซ มูรินโญ (José Mourinho) ในการกลับมารับงานกับราชันชุดขาวรอบสอง หลังประเดิมฤดูกาลด้วยการบุกเฉือนเอสปันญอล 2-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
โปรแกรม เรอัล มาดริด พบ เรอัล โซเซียดาด
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| การแข่งขัน | ลาลีกา สเปน 2026/27 |
| นัด | Matchday 1 (เกมเลื่อนการแข่งขัน) |
| คู่แข่งขัน | เรอัล มาดริด พบ เรอัล โซเซียดาด |
| วันแข่งขัน | วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 |
| เวลาแข่งขันสเปน | 21.00 น. |
| เวลาไทย | 02.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2569 |
| สนาม | ซานติอาโก เบร์นาเบว |
| ผลงานมาดริดนัดล่าสุด | ชนะ เอสปันญอล 2-1 |
| ผลงานโซเซียดาดนัดล่าสุด | แพ้ เรอัล เบติส 0-1 |
เดิมทีเกมนี้ถูกวางไว้เป็นนัดเปิดฤดูกาลของเรอัล มาดริด แต่ต้องเลื่อนการแข่งขัน เนื่องจากมีผู้เล่นของสโมสรเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์ ทำให้ราชันชุดขาวลงเล่น Matchday 2 กับเอสปันญอลก่อน แล้วจึงกลับมาเก็บเกม Matchday 1 ในคืนนี้
มูรินโญกลับเบร์นาเบว เกมเหย้านัดแรกของยุคใหม่
ประเด็นใหญ่ที่สุดของเกมนี้หนีไม่พ้น โชเซ มูรินโญ
กุนซือชาวโปรตุเกสกลับมารับงานกับเรอัล มาดริดอีกครั้งในฤดูกาล 2026/27 และหลังจากเกมแรกต้องออกไปเยือนเอสปันญอล คืนนี้จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้พาทีมชุดใหม่เดินลงสนามต่อหน้าแฟนบอลที่ซานติอาโก เบร์นาเบว
ก่อนการแข่งขัน มูรินโญกล่าวถึงการกลับมาเล่นในบ้านโดยต้องการให้แฟนบอลต้อนรับทีมด้วยความกระตือรือร้น พร้อมย้ำว่าแม้นี่จะเป็นเพียงหนึ่งใน 38 เกมลีก แต่ ทุกคะแนนมีความสำคัญ และเป้าหมายคือการคว้าชัยชนะ โดยยังให้ความเคารพต่อคุณภาพของเรอัล โซเซียดาด
การกลับมาครั้งนี้จึงมีความหมายทางอารมณ์ไม่น้อย เพราะนับจากการอำลาสโมสรในปี 2013 มูรินโญกำลังจะได้คุมเรอัล มาดริดในเกมอย่างเป็นทางการที่เบร์นาเบวอีกครั้งในรอบประมาณ 13 ปี
แต่เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น เรื่องราวของการกลับบ้านต้องถูกวางไว้ข้างสนาม เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้ทีมเก็บ 6 คะแนนเต็มจากสองเกมแรก
เกมแรกเกือบสะดุด ก่อน Carlos Espí กลายเป็นฮีโร่
มาดริดเริ่มต้นลาลีกาฤดูกาลใหม่ด้วยสามคะแนนก็จริง แต่ชัยชนะเหนือเอสปันญอลไม่ได้มาอย่างง่ายดาย
ราชันชุดขาวบุกไปชนะ เอสปันญอล 2-1 ที่ RCDE Stadium เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม โดย จู๊ด เบลลิงแฮม โหม่งประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 9 จากลูกเปิดของอาร์ดา กูแลร์ ก่อนเจ้าบ้านตีเสมอจาก Cala ในนาที 30
มาดริดพยายามบุกหาประตูที่สองตลอดครึ่งหลัง เบลลิงแฮมเกือบทำประตูเพิ่มจากลูกโหม่ง ขณะที่เฟเดริโก บัลเบร์เดยิงชนเสา แต่เกมทำท่าว่าจะจบด้วยการแบ่งแต้ม
จนกระทั่งช่วงท้ายเกม Carlos Espí ตัวสำรองวัยหนุ่มกลายเป็นฮีโร่ หลังเก็บบอลในเขตโทษและยิงประตูชัยให้มาดริดคว้าสามคะแนนกลับเมืองหลวงได้สำเร็จ
สามคะแนนจึงได้มา แต่ฟอร์มโดยรวมยังมีพื้นที่ให้มูรินโญปรับปรุง โดยเฉพาะการเปลี่ยนโอกาสจำนวนมากให้กลายเป็นประตู
มาดริดชุดใหม่เปลี่ยนหน้าตาไปไม่น้อย
หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจของเรอัล มาดริดฤดูกาลนี้คือการเปลี่ยนแปลงขุมกำลัง
เกมกับเอสปันญอล มูรินโญจัดระบบ 4-2-3-1 โดยส่งผู้เล่นชุดแรกดังนี้
กูร์กตัวส์; ดุมฟรีส์, โกนาเต, เฮาเซน, อัลบาโร การ์เรราส; แบร์นาร์โด ซิลวา, บัลเบร์เด; อาร์ดา กูแลร์, เบลลิงแฮม, วินิซิอุส จูเนียร์; เอ็มบัปเป
ในจำนวนนี้ เดนเซล ดุมฟรีส์, อิบราฮิมา โกนาเต และแบร์นาร์โด ซิลวา ได้ออกสตาร์ตอย่างเป็นทางการ ขณะที่ มาร์ก กูกูเรยา, ยาน ดิโอม็องเด และ Carlos Espí ได้ลงสนามและประเดิมเกมทางการกับสโมสรเช่นกัน
นั่นทำให้เกมคืนนี้น่าสนใจในแง่การสร้างเคมีของทีม เพราะมูรินโญไม่ได้เพียงกลับมาคุมผู้เล่นชุดเดิม แต่กำลังประกอบเรอัล มาดริดเวอร์ชันใหม่ที่มีนักเตะชื่อดังเข้ามาหลายตำแหน่ง
Mbappé – Vinícius – Bellingham สามอาวุธที่โซเซียดาดต้องหยุด
แม้ Carlos Espí จะเป็นฮีโร่ในเกมแรก แต่แกนหลักในเกมรุกยังหนีไม่พ้น คีลิยัน เอ็มบัปเป, วินิซิอุส จูเนียร์ และจู๊ด เบลลิงแฮม
โดยเฉพาะเบลลิงแฮมที่เปิดบัญชีประตูตั้งแต่นัดแรก
รูปแบบ 4-2-3-1 เปิดโอกาสให้เบลลิงแฮมเคลื่อนที่อยู่หลังเอ็มบัปเป ขณะที่วินิซิอุสโจมตีพื้นที่ริมเส้น และอาร์ดา กูแลร์สามารถขยับเข้ามาช่วยสร้างเกมด้านใน
สิ่งที่เห็นจากเกมกับเอสปันญอลคือมาดริดสามารถสร้างโอกาสได้เรื่อย ๆ ทั้งจากลูกตั้งเตะ การโจมตีริมเส้น และการยิงจากนอกกรอบ แต่ประสิทธิภาพในจังหวะสุดท้ายยังไม่สมบูรณ์แบบ เอ็มบัปเปเองมีโอกาสหลายครั้งแต่ยังทำประตูไม่ได้
หากเกมรุกเริ่มลงตัวมากขึ้น คืนนี้อาจเป็นงานหนักสำหรับแนวรับโซเซียดาดอย่างมาก
เรอัล โซเซียดาด เริ่มฤดูกาลด้วยความพ่ายแพ้
สถานการณ์ของทีมเยือนแตกต่างออกไป
เรอัล โซเซียดาด เริ่มต้นฤดูกาลด้วยการบุกแพ้ เรอัล เบติส 0-1 ทำให้ก่อนเกมคืนนี้พวกเขายังไม่มีคะแนนและยังไม่สามารถทำประตูในลาลีกาฤดูกาลใหม่ได้
โจทย์ของ เปลเลกริโน มาตาราซโซ (Pellegrino Matarazzo) จึงไม่ง่าย เพราะนอกจากต้องหาวิธียกระดับเกมรุกแล้ว ยังต้องเดินทางมาเจอมาดริดในวันที่เบร์นาเบวน่าจะมีบรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษจากการต้อนรับมูรินโญกลับบ้าน
อย่างไรก็ตาม โซเซียดาดไม่ใช่ทีมที่ควรถูกมองข้าม
ทีมยังมีผู้เล่นที่สามารถสร้างอันตรายอย่าง มิเกล โอยาร์ซาบัล รวมถึงแนวรุกที่มีเทคนิคและความเร็ว หากสามารถต้านแรงกดดันช่วงต้นเกมและใช้พื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กของมาดริดได้ เกมอาจไม่ได้ง่ายสำหรับเจ้าบ้านอย่างที่หลายคนคิด
สถิติการพบกันล่าสุด มาดริดถือไพ่เหนือกว่า
สถิติระยะหลังค่อนข้างเข้าทางราชันชุดขาว
ก่อนการแข่งขันคืนนี้ เรอัล มาดริด ไม่แพ้เรอัล โซเซียดาดในการพบกัน 8 นัดหลังสุด และการเจอกันครั้งล่าสุดที่ซานติอาโก เบร์นาเบวก็เป็นมาดริดที่คว้าชัยไปถึง 4-1
แต่สิ่งที่มูรินโญต้องระวังคือการใช้สถิติเดิมมาตัดสินเกมใหม่ เพราะทั้งสองทีมมีการเปลี่ยนแปลงในช่วงซัมเมอร์ และฤดูกาลเพิ่งเริ่มต้น
โซเซียดาดเองไม่มีอะไรต้องเสียมากเท่าเจ้าบ้าน หากสามารถรักษาสกอร์ 0-0 ให้นานที่สุด ความกดดันอาจค่อย ๆ ย้ายไปอยู่บนตัวผู้เล่นมาดริดแทน
วิเคราะห์แท็กติก: มาดริดน่าครองเกม โซเซียดาดรอสวน
จากรูปแบบที่เห็นในเกมแรก มาดริดน่าจะเป็นฝ่ายครองบอลและพยายามตั้งเกมในแดนของโซเซียดาดเป็นส่วนใหญ่
จุดสำคัญคือการเคลื่อนที่ของ Bellingham และ Arda Güler ระหว่างไลน์กองกลางกับกองหลัง เพราะหากทั้งคู่สามารถรับบอลในพื้นที่ดังกล่าวได้ เอ็มบัปเปและวินิซิอุสจะมีโอกาสโจมตีแนวรับโดยตรงมากขึ้น
อีกอาวุธคือเกมด้านข้าง
การมีผู้เล่นอย่าง Dumfries เพิ่มมิติทางฝั่งขวา ขณะที่ฝั่งซ้ายมีวินิซิอุสเป็นตัวอันตราย ทำให้โซเซียดาดไม่สามารถเทผู้เล่นไปป้องกันพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งได้ง่าย
แต่การดันฟูลแบ็กสูงก็มีความเสี่ยงเช่นกัน
หากมาดริดเสียบอลกลางสนามแล้วแนวรับยังจัดตำแหน่งไม่ทัน โซเซียดาดสามารถโจมตีพื้นที่ว่างด้านข้างได้ทันที ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในวิธีที่มาตาราซโซใช้เล่นงานเจ้าบ้าน
จุดชี้ขาดอาจอยู่ที่ “ประตูแรก”
เกมลักษณะนี้ประตูแรกมีความสำคัญมาก
หากมาดริดขึ้นนำเร็ว สถานการณ์จะเข้าทางเจ้าบ้านทันที เพราะโซเซียดาดจะถูกบังคับให้เปิดพื้นที่มากขึ้น และนั่นคือสถานการณ์ที่แนวรุกความเร็วสูงอย่างเอ็มบัปเปกับวินิซิอุสต้องการ
แต่หากทีมเยือนสามารถรักษาสกอร์ไว้ได้ถึงช่วงครึ่งหลัง เกมจะเริ่มเปลี่ยน
มาดริดมีโปรแกรมค่อนข้างแน่น โดยสโมสรต้องลงเล่น 3 นัดในเวลาเพียง 8 วัน ตั้งแต่เอสปันญอลวันที่ 22 สิงหาคม ต่อด้วยโซเซียดาดวันที่ 26 และปิดท้ายด้วยเกมอีกนัดวันที่ 30 สิงหาคม
ดังนั้นหากไม่สามารถปิดเกมได้เร็ว ความเหนื่อยล้าจากตารางแข่งขันอาจเริ่มมีผล โดยเฉพาะกับผู้เล่นที่เพิ่งผ่านฟุตบอลโลกมาไม่นาน
ผู้เล่นที่น่าจับตา: จู๊ด เบลลิงแฮม
ถ้าต้องเลือกผู้เล่นหนึ่งคนของเจ้าบ้านที่น่าติดตามที่สุดในคืนนี้ ชื่อของ จู๊ด เบลลิงแฮม น่าสนใจมาก
ไม่ใช่เพียงเพราะเขาทำประตูในเกมแรก แต่ตำแหน่งที่มูรินโญใช้งานทำให้เบลลิงแฮมสามารถเข้าไปอยู่ในพื้นที่อันตรายหน้าเขตโทษได้บ่อย
ประตูใส่เอสปันญอลมาจากการสอดเข้าไปโหม่งลูกตั้งเตะ และช่วงต้นครึ่งหลังเขาก็เกือบทำประตูด้วยลูกโหม่งอีกครั้ง
หากโซเซียดาดให้ความสนใจกับเอ็มบัปเปและวินิซิอุสมากเกินไป พื้นที่สำหรับการเติมขึ้นมาของเบลลิงแฮมอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่
มูรินโญมีโอกาสโรเตชันหรือไม่?
ด้วยโปรแกรมสามเกมในแปดวัน การจัดการสภาพร่างกายนักเตะจะเป็นอีกเรื่องที่ต้องติดตาม
มาดริดมีขุมกำลังที่สามารถหมุนเวียนได้หลายตำแหน่ง โดยเฉพาะหลังมีนักเตะใหม่เข้ามาเพิ่มทางเลือกให้มูรินโญ
อย่างไรก็ตาม การเล่นเกมเหย้านัดแรกประกอบกับการต้องการรักษาโมเมนตัมจากชัยชนะเหนือเอสปันญอล ทำให้มีเหตุผลที่จะเชื่อว่าเจ้าบ้านยังคงใช้แกนหลักจำนวนมากตั้งแต่ต้น ก่อนค่อยปรับทีมตามสถานการณ์
รายงานก่อนเกมระบุว่ามาดริดยังมีปัญหาผู้เล่นบางรายไม่พร้อมใช้งาน ขณะที่โซเซียดาดเองก็มีปัญหาความฟิตของผู้เล่นบางคนเช่นกัน
ดังนั้นรายชื่อ 11 ตัวจริงที่ประกาศก่อนการแข่งขันจะเป็นอีกจุดที่ต้องติดตาม
ทรรศนะ เรอัล มาดริด VS เรอัล โซเซียดาด
เมื่อพิจารณาจากภาพรวม เรอัล มาดริดเป็นต่อค่อนข้างชัดเจน
เจ้าบ้านมีคุณภาพรายบุคคลสูงกว่า ได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง และเพิ่งคว้าสามคะแนนจากเกมแรก ขณะที่โซเซียดาดเปิดฤดูกาลด้วยความพ่ายแพ้และยังยิงประตูไม่ได้
สิ่งที่ยังต้องพิสูจน์สำหรับมาดริดคือความลงตัว
เกมกับเอสปันญอลแสดงให้เห็นว่าทีมสามารถสร้างโอกาสได้ แต่ต้องรอถึงช่วงท้ายเกมกว่าจะหาประตูชัย หากยังใช้โอกาสเปลืองเหมือนเดิม โซเซียดาดมีโอกาสทำให้เกมยืดเยื้อและสร้างความกดดันให้เจ้าบ้านได้
แต่เมื่อรวมความได้เปรียบในบ้าน คุณภาพแนวรุก และตัวเลือกจากม้านั่งสำรอง มาดริดยังดูมีภาษีดีกว่า
คาดการณ์สกอร์: เรอัล มาดริด 2-0 เรอัล โซเซียดาด
คาดว่าโซเซียดาดจะพยายามเล่นอย่างรัดกุมในช่วงแรก แต่หากราชันชุดขาวสามารถปลดล็อกประตูแรกได้ เกมจะเปิดมากขึ้น และคุณภาพของแนวรุกเจ้าบ้านน่าจะสร้างความแตกต่างในท้ายที่สุด
ราชันลุ้น 6 แต้มเต็ม ต้อนรับมูรินโญกลับเบร์นาเบว
เกม เรอัล มาดริด พบ เรอัล โซเซียดาด คืนวันที่ 26 สิงหาคม จึงมีเรื่องราวมากกว่าการแข่งขัน Matchday 1 ที่ถูกเลื่อนมาเตะทีหลัง
นี่คือเกมเหย้านัดแรกของราชันชุดขาวในฤดูกาล 2026/27 เป็นคืนที่มูรินโญกลับมาคุมทีมต่อหน้าแฟนบอลที่ซานติอาโก เบร์นาเบวอีกครั้ง และเป็นโอกาสให้ทีมเก็บชัยชนะสองนัดติดต่อกันเพื่อออกสตาร์ตลาลีกาด้วย 6 คะแนนเต็ม
ฝั่งเรอัล โซเซียดาดไม่มีคะแนนจากนัดแรก ทำให้การบุกมาดริดครั้งนี้เป็นโอกาสแก้ตัว แม้โจทย์จะหนักตั้งแต่ต้นฤดูกาลก็ตาม
สิ่งที่ต้องติดตามคือทีมชุดใหม่ของมูรินโญจะพัฒนาจากเกมแรกได้มากแค่ไหน โดยเฉพาะแนวรุกที่เต็มไปด้วยชื่ออย่าง เอ็มบัปเป, วินิซิอุส และเบลลิงแฮม
คืนวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย — ฟุตบอลกลับสู่เบร์นาเบว และมูรินโญกำลังจะกลับมายืนคุมเรอัล มาดริดต่อหน้าแฟนบอลในบ้านอีกครั้ง



![ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล vs บอร์นมัธ [16 สิงหาคม 2568]](https://ambmax.pro/wp-content/uploads/2025/08/ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก-ลิเวอร์พูล-vs-บอร์นมัธ.png)
![ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก วูล์ฟแฮมป์ตัน vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ [16 สิงหาคม 2568]](https://ambmax.pro/wp-content/uploads/2025/08/วูล์ฟแฮมป์ตัน-vs-แมนเชสเตอร์-ซิตี้.png)
![ไฮไลท์พรีเมียร์ลีก ซันเดอร์แลนด์ vs เวสต์แฮม [16 สิงหาคม 2568]](https://ambmax.pro/wp-content/uploads/2025/08/ซันเดอร์แลนด์-vs-เวสต์แฮม.png)