ประกาศ
ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกท่านสู่ที่สุดแห่งเว็บคาสิโนออนไลน์ครบวงจร AMBMAX.VIP พิเศษ! สมาชิกใหม่วันนี้รับโบนัส 350% | โปรฝาก 200 รับ 400 | โปรฝาก 100 รับ 200 | โปรฝาก 300 รับ 600 | แจกเครดิตฟรีทุกวัน ทุกยูส รับได้ไม่จำกัด พร้อมแอดมินดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ดูบอลสด แมนซิตี้ พบ บอร์นมัธ 23 สิงหาคม 2569 เปิดยุคใหม่พรีเมียร์ลีก 20.00 น.

ดูบอลสด แมนซิตี้ พบ บอร์นมัธ 23 สิงหาคม 2569 เปิดยุคใหม่พรีเมียร์ลีก 20.00 น.

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2026/27 คืนวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 มีอีกหนึ่งคู่ที่น่าจับตามองอย่างมาก เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ บอร์นมัธ โดยเริ่มแข่งขันเวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

แฟนบอลที่กำลังมองหา ดูบอลสด แมนซิตี้ พบ บอร์นมัธ คืนนี้ จะได้เห็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่สำคัญของเจ้าถิ่น เพราะนี่คือเกมพรีเมียร์ลีกนัดแรกหลังยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ขณะที่ บอร์นมัธ ก็เปลี่ยนกุนซือและกำลังพยายามต่อยอดจากฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา

ดูบอลสด แมนซิตี้ vs บอร์นมัธ กี่โมง?

เกมระหว่าง แมนซิตี้ vs บอร์นมัธ ลงสนามวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น. ตามเวลาไทย ที่เอติฮัด สเตเดียม

โปรแกรมอย่างเป็นทางการของพรีเมียร์ลีกระบุว่า แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านพบ บอร์นมัธใน Matchweek 1 ของฤดูกาล 2026/27 ขณะที่นี่จะเป็นเกมแรกของทั้งสองทีมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่

ข้อมูลการแข่งขัน

  • แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ บอร์นมัธ
  • พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2026/27
  • วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569
  • เวลา 20.00 น. ตามเวลาไทย
  • สนาม เอติฮัด สเตเดียม

แมนซิตี้เปิดยุคใหม่ หลัง 10 ปีของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา

ประเด็นใหญ่ที่สุดของคู่นี้หนีไม่พ้นการเริ่มต้นยุคใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้ เอ็นโซ มาเรสกา

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ปิดฉากช่วงเวลา 10 ปีกับสโมสรหลังสร้างหนึ่งในยุคที่ประสบความสำเร็จที่สุดของฟุตบอลอังกฤษ โดยกวาดแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 6 สมัยและคว้า Champions League ก่อนที่ มาเรสกา จะเข้ามารับภารกิจต่อยอดทีมในฤดูกาล 2026/27

งานของกุนซือชาวอิตาลีเริ่มต้นไม่ง่ายนัก เพราะเกมอย่างเป็นทางการนัดแรกของเขาคือ Community Shield ซึ่ง แมนฯ ซิตี้ แพ้ อาร์เซนอล 0-3

ดังนั้นเกมเปิดบ้านพบ บอร์นมัธ จึงไม่ได้มีความหมายแค่การเก็บสามคะแนน แต่ยังเป็นโอกาสแรกของ มาเรสกา ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับทีมและแฟนบอลในเกมพรีเมียร์ลีก

การจากไปของ โรดรี คือโจทย์ใหญ่ของแมนซิตี้

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือการจากไปของ โรดรี มิดฟิลด์คนสำคัญที่ย้ายไป บาร์เซโลนา หลังอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ เป็นเวลา 7 ปี

มาเรสกา ยอมรับก่อนเกมว่าการหาผู้เล่นมาทดแทน โรดรี เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของสโมสร เพราะกองกลางทีมชาติสเปนมีบทบาททั้งในด้านการควบคุมจังหวะ การเชื่อมเกม และการรักษาสมดุลของทีมมาตลอดหลายฤดูกาล

ซิตี้ลงทุนหนักกับ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ด้วยค่าตัวที่รายงานไว้ประมาณ 116 ล้านปอนด์ ขณะเดียวกันสโมสรก็ยังถูกจับตามองว่าจะมีการเสริมทีมเพิ่มเติมก่อนตลาดนักเตะปิด

นี่จึงเป็นหนึ่งในจุดที่ต้องจับตาในเกมคืนนี้ว่าแดนกลางของ แมนฯ ซิตี้ เมื่อไม่มี โรดรี จะมีหน้าตาและวิธีการเล่นแตกต่างจากเดิมมากแค่ไหน

ฮาลันด์ยังเป็นหัวใจในแนวรุก

แม้ทีมจะเปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่ง แต่ชื่อของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ยังคงเป็นความหวังสูงสุดในการทำประตู

กองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ยิงไป 27 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา และมียอดรวม 107 ประตูในพรีเมียร์ลีกก่อนเริ่มฤดูกาล 2026/27 ทำให้เขายังคงเป็นหนึ่งในนักเตะที่แนวรับทุกทีมต้องระวังมากที่สุด

หาก แมนฯ ซิตี้ สามารถควบคุมเกมและสร้างโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง การดวลระหว่าง ฮาลันด์ กับแนวรับ บอร์นมัธ จะเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่อาจตัดสินเกม

แมนซิตี้ขาด เฌเรมี โดกู

ด้านสภาพทีม เจ้าบ้านมีข่าวไม่ดีเมื่อ เฌเรมี โดกู จะพลาดเกมเปิดฤดูกาลจากอาการเจ็บน่อง ซึ่งเกิดขึ้นในเกม Community Shield

มาเรสกา ยืนยันว่า โดกู จะพักประมาณ 2-3 สัปดาห์ ขณะที่ มาเตอุส นูเนส กลับมาพร้อมเป็นตัวเลือกอีกครั้ง ส่วนสถานการณ์ของ โอมาร์ มาร์มูช ยังต้องติดตาม เนื่องจากมีข่าวเกี่ยวกับอนาคตของเขาในตลาดนักเตะ

การไม่มี โดกู อาจทำให้ ซิตี้ ต้องปรับรูปแบบเกมริมเส้น และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นได้รับบทบาทมากขึ้นตั้งแต่นัดแรก

บอร์นมัธไม่ใช่งานง่าย หลังจบอันดับ 6 ฤดูกาลก่อน

หากดูเพียงชื่อชั้น หลายคนอาจมองว่า แมนฯ ซิตี้ เป็นต่อชัดเจน แต่ บอร์นมัธ ฤดูกาลนี้ไม่ใช่คู่แข่งที่ควรถูกประเมินต่ำ

เดอะ เชอร์รีส์ จบอันดับ 6 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 และคว้าสิทธิ์ไปเล่น UEFA Europa League ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ดีที่สุดของสโมสร ก่อนเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้ มาร์โก โรเซอ

โรเซอ เป็นกุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่องฟุตบอลเพรสซิ่ง ความเข้มข้น และการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจสร้างปัญหาให้ แมนฯ ซิตี้ หากเจ้าบ้านเสียบอลในพื้นที่กลางสนาม

นี่จึงเป็นบททดสอบที่น่าสนใจสำหรับโครงสร้างการเล่นของ มาเรสกา ตั้งแต่เกมแรก

บอร์นมัธเริ่มต้นยุค มาร์โก โรเซอ

หลังจาก อันโดนี อิราโอลา ย้ายไปรับงานกับ ลิเวอร์พูล บอร์นมัธแต่งตั้ง มาร์โก โรเซอ เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่

และโปรแกรมนัดแรกของเขาก็หนักทันที เพราะต้องพาทีมมาเยือนเอติฮัด สเตเดียม ซึ่งเป็นสนามที่ บอร์นมัธ มีสถิติไม่ดีอย่างมาก

ข้อมูลจากพรีเมียร์ลีกระบุว่า บอร์นมัธเคยมาเยือน แมนฯ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีก 9 ครั้ง และแพ้ทั้งหมด ก่อนการแข่งขันครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ผลงานในฤดูกาลก่อนแสดงให้เห็นชัดว่าทีมชุดนี้มีศักยภาพมากพอที่จะสร้างปัญหาให้สโมสรใหญ่ได้

บอร์นมัธมีปัญหาผู้เล่นขาดหลายราย

ความท้าทายของทีมเยือนอยู่ที่สภาพทีม เพราะมีผู้เล่นหลายรายที่ไม่พร้อม

ไรอัน คริสตี้ ติดโทษแบน ขณะที่ Amine Adli, Eli Junior Kroupi, Veljko Milosavljevic และ Julian Araujo อยู่ในกลุ่มผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บ ส่วน Tyler Adams, Juanlu Sanchez และ Alvaro Rodriguez ต้องประเมินความฟิต

อย่างไรก็ตาม นักเตะใหม่อย่าง อันโตนิโอ ซิลวา มีโอกาสประเดิมสนามในแนวรับ และอาจต้องรับภารกิจหนักในการรับมือ ฮาลันด์ ตั้งแต่นัดแรก

จุดอันตรายของบอร์นมัธอยู่ตรงไหน?

หนึ่งในนักเตะที่น่าจับตามองคือ จัสติน ไคลเวิร์ต ซึ่งสามารถเล่นระหว่างแนวรับและแดนกลางของคู่แข่งได้ดี รวมถึงมีความสามารถในการยิงจากระยะกลาง

แดนกลางยังมี อเล็กซ์ สก็อตต์ กับ Lewis Cook ซึ่งช่วยให้ทีมสามารถเล่นบอลภายใต้แรงกดดันได้ ขณะที่แนวรุกคาดว่า เอวานิลซอน จะยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

กองหน้าชาวบราซิลมีสถิติยิง แมนฯ ซิตี้ ไปแล้ว 2 ประตูจากการพบกัน 5 นัด ทำให้เขาเป็นอีกคนที่แนวรับเจ้าบ้านต้องระวัง

การพบกันครั้งล่าสุดจบด้วยผลเสมอ

สิ่งที่ทำให้เกมคืนนี้ยิ่งน่าสนใจคือการพบกันครั้งล่าสุดของสองทีมเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

บอร์นมัธเปิดบ้านเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ที่ Vitality Stadium ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่มีส่วนทำให้ อาร์เซนอล การันตีตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26

นั่นแสดงให้เห็นว่าแม้ประวัติการมาเยือนเอติฮัดจะไม่ดี แต่ บอร์นมัธ ชุดปัจจุบันมีความสามารถมากพอที่จะสร้างปัญหาให้ แมนฯ ซิตี้ ได้

จุดที่ต้องจับตา แมนซิตี้ พบ บอร์นมัธ

เรื่องแรกคือ แดนกลางแมนซิตี้หลังไม่มีโรดรี เพราะนี่จะเป็นบททดสอบจริงในพรีเมียร์ลีกครั้งแรกว่า มาเรสกา จะสร้างสมดุลตรงกลางอย่างไร

เรื่องที่สองคือเกมเพรสซิ่งของ บอร์นมัธ หากทีมเยือนสามารถบีบให้ ซิตี้ เสียบอลในแดนตัวเองได้ อาจสร้างโอกาสจากจังหวะเปลี่ยนเกมเร็ว

ส่วนอีกจุดที่สำคัญคือ ฮาลันด์กับแนวรับชุดใหม่ของบอร์นมัธ ซึ่งมีโอกาสเป็นการดวลที่กำหนดทิศทางของเกม

และสุดท้ายคือปฏิกิริยาของ แมนฯ ซิตี้ หลังแพ้ อาร์เซนอล 0-3 ใน Community Shield ว่าทีมจะตอบสนองได้ดีแค่ไหนเมื่อกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนบอลที่เอติฮัด

คาดการณ์ 11 ตัวจริง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

Donnarumma; Nunes, Dias, Gvardiol, O’Reilly; Anderson, Kovacic; Semenyo, Foden, Grealish; Haaland

บอร์นมัธ

Petrovic; Smith, Hill, Antonio Silva, Truffert; Cook, Alex Scott; Rayan, Kluivert, Tavernier; Evanilson

รายชื่อดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ก่อนการแข่งขันและอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อทั้งสองทีมประกาศตัวจริงอย่างเป็นทางการ

ดูบอลสดไปพร้อมกัน เชียร์แมนซิตี้–บอร์นมัธไปพร้อมกัน

สำหรับแฟนพรีเมียร์ลีกที่อยากติดตามเกมนี้แบบมีเพื่อนคุย สามารถเข้ามาร่วมบรรยากาศ ดูบอลสดไปพร้อมกัน เชียร์ไปพร้อมกัน ผ่านกลุ่ม Facebook และ Telegram ของเราได้

ก่อนเริ่มเกมสามารถเข้ามาติดตามข่าวล่าสุด รายชื่อ 11 ตัวจริง และพูดคุยกันว่า แมนฯ ซิตี้ ยุคใหม่ของ มาเรสกา จะออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกได้ดีแค่ไหน ส่วนระหว่างเกมก็ร่วมแสดงความคิดเห็นและลุ้นทุกจังหวะไปพร้อมกับแฟนบอลคนอื่นได้ตั้งแต่ 20.00 น.

Facebook: HUAYSURE

Telegram: AMBMAX CH1

แมนซิตี้เปิดบทใหม่ แต่บอร์นมัธพร้อมเป็นบททดสอบแรก

เกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ บอร์นมัธ มีความหมายมากกว่านัดเปิดฤดูกาลธรรมดา เพราะเป็นครั้งแรกที่แฟนบอลจะได้เห็นภาพของ แมนฯ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกหลังยุค เป๊ป กวาร์ดิโอลา อย่างเต็มตัว

มาเรสกาต้องรับมือทั้งการสร้างระบบใหม่ การจากไปของ โรดรี และความคาดหวังในการพาทีมกลับไปท้าชิงแชมป์ ขณะที่ บอร์นมัธ ของ มาร์โก โรเซอ ก็มาถึงเอติฮัดด้วยความมั่นใจจากการจบอันดับ 6 เมื่อฤดูกาลก่อน

ดังนั้นแม้เจ้าบ้านจะมีชื่อชั้นเหนือกว่า แต่คู่เวลา 20.00 น. คืนนี้ มีหลายประเด็นที่ทำให้แฟนพรีเมียร์ลีกไม่ควรพลาด โดยเฉพาะการได้เห็นว่า “แมนซิตี้ยุคใหม่” จะเริ่มต้นอย่างไรในเกมลีกนัดแรก