ประกาศ
ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกท่านสู่ที่สุดแห่งเว็บคาสิโนออนไลน์ครบวงจร AMBMAX.VIP พิเศษ! สมาชิกใหม่วันนี้รับโบนัส 350% | โปรฝาก 200 รับ 400 | โปรฝาก 100 รับ 200 | โปรฝาก 300 รับ 600 | แจกเครดิตฟรีทุกวัน ทุกยูส รับได้ไม่จำกัด พร้อมแอดมินดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

สเปนเครื่องร้อนแล้ว! วิเคราะห์เกมถล่มออสเตรีย 3-0 ก่อนดวลโปรตุเกสรอบ 16 ทีม

สเปนเครื่องร้อนแล้ว! วิเคราะห์เกมถล่มออสเตรีย 3-0 ก่อนดวลโปรตุเกสรอบ 16 ทีม

หากมีทีมใดที่กำลังส่งสัญญาณเตือนไปยังคู่แข่งทุกชาติในฟุตบอลโลก 2026 ทีมนั้นคงหนีไม่พ้น ทีมชาติสเปน หลังโชว์ฟอร์มสุดสมบูรณ์ไล่ถล่มออสเตรีย 3-0 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีม และเตรียมทำศึกบิ๊กแมตช์กับโปรตุเกส

แม้สเปนจะออกสตาร์ตทัวร์นาเมนต์ได้ไม่หวือหวา โดยเสมอเคปเวิร์ดแบบไร้สกอร์ในนัดแรก แต่เมื่อผู้เล่นตัวหลักเริ่มกลับมาฟิตสมบูรณ์ โดยเฉพาะ ลามีน ยามาล เกมของ “ลา โรฆา” ก็ยกระดับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนหลายสำนักข่าวต่างประเทศกลับมายกให้พวกเขาเป็นหนึ่งในตัวเต็งแชมป์โลกอีกครั้ง

โอยาร์ซาบาลเบิ้ล! สเปนถล่มออสเตรียแบบไร้ข้อกังขา

เกมที่สนามโซไฟ สเตเดียม เมืองอิงเกิลวูด สเปนครองเกมได้แทบทั้งหมดตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่ม ประตูแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 36 จากการเปิดบอลอันแม่นยำของ มาร์ก กูกูเรยา ให้ มิเกล โอยาร์ซาบาล ชาร์จเข้าไปไม่เหลือ

ครึ่งหลัง สเปนยังเดินหน้าบุกต่อเนื่อง ก่อนที่ เปโดร ปอร์โร จะโหม่งทำประตูที่สองในนาทีที่ 66 จากลูกเปิดของกูกูเรยาอีกครั้ง ช่วงท้ายเกม โอยาร์ซาบาลมายิงประตูที่สองของตัวเองในนาทีที่ 89 ปิดท้ายชัยชนะ 3-0 อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมยิงประตูที่ 4 ของตัวเองในฟุตบอลโลกครั้งนี้

เกมรุกยังดุดัน แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเกมรับ

สิ่งที่หลายคนพูดถึงหลังเกมไม่ใช่เพียงการยิงสามประตู แต่คือการที่ ออสเตรียไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียว

Reuters ระบุว่า สเปนกลายเป็นทีมแรกที่ไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งยิงตรงกรอบในเกมน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก นับตั้งแต่เยอรมนีทำได้ในนัดชิงชนะเลิศปี 2014 นั่นสะท้อนให้เห็นว่าทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ไม่ได้มีแค่เกมรุกที่สวยงาม แต่ยังมีเกมรับที่แข็งแกร่งและมีระเบียบอย่างมาก

ลามีน ยามาล ไม่ยิง…แต่คือคนที่เปลี่ยนเกม

แม้ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่ ลามีน ยามาล คือหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับคำชมมากที่สุด Reuters ถึงกับตั้งบทวิเคราะห์ว่า “Lamine effect restores Spain’s bite” พร้อมยกให้เจ้าตัวเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเกม แม้จะไม่ได้ยิงหรือแอสซิสต์เลยก็ตาม

เหตุผลคือทุกครั้งที่ยามาลได้บอล แนวรับออสเตรียต้องส่งผู้เล่นเข้าประกบถึงสองคน เปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมอย่าง โอยาร์ซาบาล, เปดรี และกูกูเรยา สอดขึ้นมาสร้างโอกาส ยามาลจึงไม่ได้สร้างความแตกต่างด้วยตัวเลข แต่สร้างผลกระทบต่อรูปเกมทั้งสนาม

กูกูเรยา…ฮีโร่ที่หลายคนมองข้าม

หากพูดถึงผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดอีกคน คงต้องยกให้ มาร์ก กูกูเรยา

แบ็กซ้ายจากเชลซีทำ 2 แอสซิสต์ และยังเติมเกมรุกได้อย่างต่อเนื่อง

หลุยส์ เด ลา ฟวนเต กล่าวหลังเกมว่า กูกูเรยาเป็นนักเตะที่ “ประเมินค่าต่ำเกินไป” และเป็นผู้เล่นที่มีคุณค่ามหาศาลต่อทีม เพราะสามารถเล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุกอย่างสมดุล

สื่อต่างประเทศมองว่าสเปนคือหนึ่งในทีมเต็งแชมป์แล้ว

หลังจบเกม สื่อต่างประเทศต่างยกย่องฟอร์มของสเปนอย่างพร้อมเพรียง

Reuters ระบุว่า สเปน “ส่งสัญญาณเตือนไปยังคู่แข่ง” ด้วยฟอร์มการเล่นที่สมดุล ทั้งเกมรุกที่หลากหลายและเกมรับที่แทบไร้ข้อผิดพลาด พร้อมชี้ว่าทีมยังไม่เสียประตูเลยตลอดทัวร์นาเมนต์

The Guardian วิเคราะห์ว่า นี่คือชัยชนะในเกมน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกที่ดีที่สุดของสเปนนับตั้งแต่ปี 2010 โดยเฉพาะคู่เซ็นเตอร์แบ็กอย่าง เปา กูบาร์ซี กับ อายเมริก ลาปอร์กต์ ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในแนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดของฟุตบอลโลกครั้งนี้ ขณะที่โอยาร์ซาบาลกลายเป็นนักเตะสเปนคนแรกนับตั้งแต่ เอมิลิโอ บูตราเกนโญ ที่ยิงได้สองประตูในเกมน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก

ส่วน Reuters อีกบทวิเคราะห์ยังระบุว่า การกลับมาฟิตของลามีน ยามาล คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ทำให้เกมรุกของสเปนกลับมามีชีวิตชีวา หลังช่วงต้นทัวร์นาเมนต์ยังขาดความเฉียบคม

หลุยส์ เด ลา ฟวนเต ยังไม่พอใจ แม้ชนะ 3-0

แม้ทีมจะเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่กุนซือ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต กลับส่งคำเตือนไปยังลูกทีมทันที

“ความพึงพอใจสามารถฆ่าคุณได้”

เจ้าตัวยืนยันว่า สเปนยังเล่นได้ดีกว่านี้ และไม่ต้องการให้ทุกคนหลงระเริงกับชัยชนะ เพราะรอบต่อไปจะหนักกว่าหลายเท่า โดยเฉพาะการพบกับโปรตุเกส

ก่อนดวลโปรตุเกส สเปนเป็นต่อจริงหรือ?

บนหน้ากระดาษ หลายฝ่ายเริ่มมองว่าสเปนเป็นต่อเล็กน้อย

เหตุผลสำคัญคือ

  • ยังไม่เสียประตูในฟุตบอลโลกครั้งนี้
  • เกมรับเหนียวแน่นที่สุดทีมหนึ่งของรายการ
  • ลามีน ยามาล กลับมาฟิตเต็มร้อย
  • โอยาร์ซาบาลกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ
  • ระบบการเล่นของเด ลา ฟวนเต ลงตัวมาก

อย่างไรก็ตาม โปรตุเกสก็มีอาวุธสำคัญอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด, บรูโน แฟร์นันด์ส, แบร์นาโด ซิลวา และ กอนซาโล รามอส ซึ่งสามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้จากจังหวะเดียว เกมนี้จึงอาจเป็นการดวลกันระหว่าง “ระบบทีมที่สมบูรณ์แบบ” กับ “ทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับเวิลด์คลาส”

บทสรุป

ชัยชนะ 3-0 เหนือออสเตรียไม่ได้เป็นเพียงการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศให้ทั้งโลกเห็นว่า สเปนกำลังกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเอง เกมรุกที่หลากหลาย เกมรับที่เหนียวแน่น และการกลับมาของลามีน ยามาล ทำให้ “ลา โรฆา” กลายเป็นหนึ่งในทีมที่น่ากลัวที่สุดของฟุตบอลโลก 2026

อย่างไรก็ตาม บททดสอบที่แท้จริงกำลังรออยู่ เพราะศึกแห่งศักดิ์ศรีคาบสมุทรไอบีเรียกับโปรตุเกส จะเป็นเกมที่พิสูจน์ว่า สเปนพร้อมเดินหน้าไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกจริงหรือไม่

อ้างอิง: Reuters และ The Guardian

อ่านต่อ: โปรตุเกส vs สเปน ศึกแห่งศักดิ์ศรีคาบสมุทรไอบีเรีย! วิเคราะห์บิ๊กแมตช์รอบ 16 ทีม ฟุตบอลโลก 2026