ประกาศ
ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกท่านสู่ที่สุดแห่งเว็บคาสิโนออนไลน์ครบวงจร AMBMAX.VIP พิเศษ! สมาชิกใหม่วันนี้รับโบนัส 350% | โปรฝาก 200 รับ 400 | โปรฝาก 100 รับ 200 | โปรฝาก 300 รับ 600 | แจกเครดิตฟรีทุกวัน ทุกยูส รับได้ไม่จำกัด พร้อมแอดมินดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ทำไมเนเธอร์แลนด์ถึงไม่เคยได้แชมป์โลก? เรื่องราวของอัศวินส้มที่คุณอาจจะยังไม่รู้

ทำไมเนเธอร์แลนด์ถึงไม่เคยได้แชมป์โลก? เรื่องราวของอัศวินส้มที่คุณอาจจะยังไม่รู้

เมื่อพูดถึงทีมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก หลายคนอาจนึกถึงบราซิล เยอรมนี อาร์เจนตินา หรืออิตาลี แต่มีอีกหนึ่งชาติที่มักถูกพูดถึงอยู่เสมอ แม้จะไม่เคยคว้าแชมป์โลกได้เลยก็ตาม นั่นคือ “เนเธอร์แลนด์”

ประเทศเล็ก ๆ ที่มีประชากรเพียงไม่กี่สิบล้านคน แต่สามารถผลิตนักฟุตบอลระดับตำนานออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ Johan Cruyff, Marco van Basten, Dennis Bergkamp, Ruud Gullit, Arjen Robben, Wesley Sneijder ไปจนถึง Virgil van Dijk พวกเขาเข้าชิงฟุตบอลโลกถึง 3 ครั้ง แต่ไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์เลยแม้แต่ครั้งเดียว และยังคงเป็นทีมที่เข้าชิงมากที่สุดในประวัติศาสตร์โดยไม่เคยคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ

คำถามจึงเกิดขึ้นเสมอว่า ทำไมทีมที่เก่งขนาดนี้ ถึงยังไม่เคยเป็นแชมป์โลก?

ทีมที่เปลี่ยนโลกฟุตบอล แต่ไม่ได้แชมป์โลก

หากต้องเลือกทีมที่มีอิทธิพลต่อวงการฟุตบอลมากที่สุดทีมหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลายคนจะนึกถึงทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดฟุตบอลโลก 1974 ทีมของ Johan Cruyff ภายใต้แนวคิด “Total Football” ไม่ได้เปลี่ยนแค่แท็กติกของเกมเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนวิธีคิดของโลกฟุตบอลทั้งใบ นักเตะทุกคนสามารถสลับตำแหน่งกันได้ กองหลังเติมเกมรุก กองหน้าถอยลงมาสร้างสรรค์เกม ทุกอย่างดูเหนือกว่ายุคสมัยของตัวเองหลายปี

จนถึงทุกวันนี้ ทีมชุดดังกล่าวยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดที่ไม่เคยได้แชมป์โลก แต่สุดท้าย พวกเขากลับพ่ายให้กับเยอรมนีตะวันตก 1-2 ในนัดชิงชนะเลิศ ทั้งที่เป็นฝ่ายออกนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 2 ของเกม

ทำไมเนเธอร์แลนด์ถึงไม่เคยได้แชมป์โลก?

ปัญหาแรก: เก่งในยุคที่คนอื่นก็เก่งเหมือนกัน

หากมองย้อนกลับไป เนเธอร์แลนด์มักมีโชคไม่ดีอยู่เสมอ

  • ปี 1974 พวกเขาเจอกับเยอรมนีตะวันตกของ Franz Beckenbauer และ Gerd Müller
  • ปี 1978 พวกเขาเจอกับอาร์เจนตินาเจ้าภาพที่นำโดย Mario Kempes
  • ปี 2010 พวกเขาเจอกับสเปนยุคทองที่มี Xavi, Iniesta, Casillas และ Sergio Ramos

ทั้งสามครั้งที่เข้าชิง เนเธอร์แลนด์ไม่ได้แพ้ทีมธรรมดา แต่แพ้ทีมระดับตำนานของแต่ละยุคสมัยทั้งสิ้น

ปัญหาที่สอง: ขาดความเฉียบขาดในเกมที่สำคัญที่สุด

ฟุตบอลโลกไม่ได้ตัดสินจากผลงานตลอดทัวร์นาเมนต์ แต่มักถูกตัดสินจากจังหวะเดียว ปี 1978 เนเธอร์แลนด์เกือบเป็นแชมป์โลกอยู่แล้ว ในช่วงท้ายเกม Rob Rensenbrink ยิงบอลชนเสาประตู ก่อนที่อาร์เจนตินาจะรอดพ้นจากความพ่ายแพ้และชนะในช่วงต่อเวลาพิเศษ FIFA เคยกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า เนเธอร์แลนด์อยู่ห่างจากแชมป์โลกเพียงไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น

ปี 2010 ก็เช่นกัน แฟนบอลทั่วโลกยังจำจังหวะที่ Arjen Robben หลุดเดี่ยวไปดวลกับ Iker Casillas ได้ หากลูกนั้นเข้าไป ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกอาจเปลี่ยนไปตลอดกาล แต่ Casillas เซฟได้ และต่อมา Andrés Iniesta ยิงประตูชัยให้สเปนคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลายครั้ง เนเธอร์แลนด์ไม่ได้แพ้เพราะเป็นรอง แต่แพ้เพราะพลาดในจังหวะสำคัญที่สุด

ปัญหาที่สาม: ประเทศเล็กกว่าคู่แข่งโดยตรง

อีกเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือขนาดของประเทศ เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีประชากรน้อยกว่า

  • บราซิล
  • เยอรมนี
  • ฝรั่งเศส
  • อังกฤษ
  • อาร์เจนตินา

อย่างชัดเจน แม้ระบบเยาวชนของพวกเขาจะยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่การมีฐานนักเตะน้อยกว่าย่อมทำให้การสร้างทีมที่สมบูรณ์ทุกตำแหน่งเป็นเรื่องยากกว่า หลายยุคมีนักเตะระดับโลกกระจุกอยู่บางตำแหน่ง แต่ขาดความสมดุลในบางพื้นที่ของสนาม

แล้วทำไมแฟนบอลยังรักทีมนี้?

เพราะแม้จะไม่เคยได้แชมป์โลก แต่เนเธอร์แลนด์มอบบางสิ่งที่หลายทีมให้ไม่ได้ พวกเขามอบแนวคิดใหม่ให้ฟุตบอล มอบนักเตะระดับตำนานให้โลก มอบแมตช์ที่แฟนบอลไม่มีวันลืม และสร้างแรงบันดาลใจให้โค้ชและนักเตะหลายรุ่นทั่วโลก

ความยิ่งใหญ่ของพวกเขาไม่ได้ถูกวัดจากจำนวนดาวบนหน้าอกเสื้อเพียงอย่างเดียว แต่ถูกวัดจากอิทธิพลที่มีต่อกีฬาฟุตบอล

ฟุตบอลโลก 2026 จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ได้หรือไม่?

ในฟุตบอลโลก 2026 เนเธอร์แลนด์กลับมาอีกครั้งพร้อมนักเตะอย่าง Virgil van Dijk, Frenkie de Jong, Cody Gakpo และ Bart Verbruggen พวกเขายังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มทีมลุ้นแชมป์ และหลายฝ่ายเชื่อว่านี่คืออีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่จะยุติคำสาปรองแชมป์ที่ตามหลอกหลอนมานานกว่าครึ่งศตวรรษ บางที คำถามที่แท้จริงอาจไม่ใช่ว่า “ทำไมเนเธอร์แลนด์ไม่เคยได้แชมป์โลก” แต่เป็น “เมื่อไรโลกฟุตบอลจะได้เห็นทีมที่ยิ่งใหญ่ทีมนี้คว้าแชมป์โลกสักครั้ง”

เพราะหากมีชาติใดที่สมควรมีดาวบนหน้าอกมากกว่าหนึ่งดวงในสายตาแฟนบอลทั่วโลก เนเธอร์แลนด์คือหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

บทความที่น่าสนใจ